|
CLG500 ดีอย่างไร คอลลาเจนเป็ปไทด์ ของ CLG 500 ผลิตโดยโรงงานชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น คอลลาเจนเป็ปไทด์ จัดอยู่ใน หมู่อาหาร โดยได้รับการจัดเป็นอาหารหมวด Generally Regarded as Safe (GRAS) หรืออาหารที่สามารถ บริโภคได้อย่างปลอดภัย โดยคณะ กรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจจะแนะนำ ให้รับประทาน คอลลาเจนเป็ปไทด์เป็นอาหารเสริมด้วย
คอลลาเจนเป็ปไทด์ของ CLG 500 ผลิตมาจากเจลาติน (gelatin) คุณภาพสูงที่ผ่านขั้นตอน demineralization และการกลั่นกรองโดย charcoal filter ด้วยกรรมวิธีและเครื่องจักรที่ทันสมัยของญี่ปุ่น จึงได้คอลลาเจน เป็ปไทด์ ที่มีความบริสุทธิ์ และค่าโปรตีนสูง
ผลิตภัณฑ์ CLG 500 ได้มีการทดสอบอย่าง ละเอียด โดยการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่า ผู้ที่ทานคอลลาเจน เป็ปไทด์ มีระดับกรดอะมิโน Hydroxyproline เพิ่มขึ้น จากผลการตรวจเลือดซึ่งแสดงให้เห็นว่า ร่างกายได้ ดูดซึมคอลลาเจน เป็ปไทด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการวิจัยในห้องทดลองแสดงให้เห็นว่า คอลลาเจน เป็ปไทด์ สามารถช่วยการเจริญเติบโตของ Fibroblast cells ซึ่งมีหน้าที่หลักในการผลิต คอลลาเจนให้กับ ร่างกาย ผลิตภัณฑ์ของ CLG 500 เป็นคอลลาเจนเป็ปไทด์ 100% ดังนั้นร่างกายจึงได้รับคอลลาเจนเป็ปไทด์ ในปริมาณที่เต็มที่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ สูงสุดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
การกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนมีประโยชน์อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ในเยอรมัน ญี่ปุ่น และสหรัฐ ได้วิจัยค้นพบว่าคอลลาเจนมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มปริมาณธาตุ ที่สำคัญให้แก่กระดูกและสร้างความคงทนให้แก่กระดูก อีกทั้งยังช่วยสมานแผลและบรรเทาโรคข้อต่างๆ ได้ เช่น Osteoarthritis และ Osteoporosis การวิจัยเบื้องต้นแสดงว่าคอลลาเจนเป็นตัวช่วยทำให้ผิวหนัง เต่งตึงขึ้นลดริ้วรอยบนใบหน้า และช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหนังและเส้นผม
ทำอย่างไรเพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย โปรตีนคอลลาเจน (Native Collagen) ประกอบด้วยโมเลกุลขนาดใหญ่มาก ยากแก่การย่อยสลายและซึม ซับเข้าไปในร่างกาย จึงเหมาะแก่การใช้ในการทำศัลยกรรม (implant) มากกว่าการบริโภค ดังนั้นเพื่อ ให้เหมาะแก่การบริโภค จึงต้องจำเป็นจะต้องนำคอลลาเจนไปย่อยสลายเป็นคอลลาเจนเป็ปไทด์ (Collagen Peptide) ที่มีขนาดเล็กกว่าคอลลาเจนหลายเท่า
จากผลการวิจัยพบว่า คอลลาเจนเป็ปไทด์ สามารถกระตุ้นให้เซลล์ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบ กับเป็ปไทด์จากโปรตีนอื่น ๆ เช่น เป็ปไทด์ถั่วเหลือง ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่า การบริโภคคอลลาเจนเป็ป ไทด์ในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น
ปริมาณของคอลลาเจนเป็ปไทด์ที่บริโภค มีผลมากต่อการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน โดยควรบริโภค วันละ 3-6 กรัม ขณะท้องว่างก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2-3 เดือน ขึ้นไป ซึ่งการจะใช้คอลลาเจน เป็ปไทด์ให้ได้ผลต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ในคอลลาเจนจะมีกรดอะมิโน 2 ตัว คือ Hydroxyproline และ Hydroxylysine ซึ่งจะไม่พบอยู่ในโปรตีนทั่วๆ ไป หากร่างกายมีการถูกกระตุ้นให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ระดับของกรดอะมิโนทั้งสองตัวก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
|